Back to @finnomena's profile

finnomena engagement report

@finnomena - 91K followers on X

Measured over 41 original posts from a 30-day window, last computed on August 27, 2026.

Engagement

Bottom quarter for its size
Per follower
0.005%
of 91K followers
Per impression
0.188%
2.7K views on a typical post
Reach
2.91%
of its followers see a post
Typical post
5
interactions (median)
Saved
0.038%
1 bookmarks on a typical post
Posting rate
1.37/day
active 33% of days
Peak time
01:00 UTC
Wednesday

A typical post picks up 5 interactions against 91K followers, an engagement rate of 0.005%. Measured over 41 original posts, its engagement rate beats 12% of 3,882 tracked accounts of a similar size. That is a reason to look at how the audience behaves - reply depth, saves, whether the followers are recent - rather than a conclusion about it on its own. Posts are seen about 2.7K times each, and 0.188% of those impressions turn into an interaction. That is about 2.91% of the follower count, which is the gap between an audience on paper and an audience in a timeline. Posting runs at about 1.4 post a day over the last 30 days, though only 33% of days saw any activity at all. Most posts go out around 01:00 UTC, and Wednesday is the busiest day of the week. Of the 41 posts sampled, 51% carry an image or video and 73% link out. The account's strongest tracked post pulled 204 interactions, about 41x its own typical post.

Measured over 41 original posts from a 30-day window, last computed on August 27, 2026.

Compared with accounts its own size

finnomena's engagement rate beats 12% of the tracked X accounts closest to it in follower count (3,882 accounts, accounts of similar size (decile 4 of 10)). A percentile is spread evenly by construction, so 50 really is the middle of that group and 90 really is its top tenth.

On engagement per impression rather than per follower it beats 11% of the same group. When those two numbers disagree, the gap is about how far its posts travel rather than how people react to them.

Where this sits in the catalog

At 0.005%, finnomena sits above the 10th percentile of the 37,582 accounts in this comparison. That places it in the bottom 25% band, which runs below 0.012%.

p100.002%
p250.012%
p50 (median)0.081%
p750.439%
p902.10%
p99158.1%
Engagement rate as a share of followers, across the 37,582 accounts we have scanned enough to measure. The axis is logarithmic, because the top and bottom of this population are about 105,409 times apart and a linear axis would flatten everything below the median into a single point.
Show the percentile table
Engagement rate percentiles
PercentileEngagement rate
10th percentile0.002%
25th percentile0.012%
50th percentile0.081%
75th percentile0.439%
90th percentile2.10%
99th percentile158.1%

This ruler is the whole measured catalog, not a size-matched group: it shows where the raw rate falls across every account we can measure, all of which are large. For a like-for-like comparison, read the size-band percentile above instead. See how the bands are built

Posting timing

This account posts most often around 01:00 UTC, and Wednesday is its busiest day of the week. The bars below are the catalog-wide pattern, with this account's own busiest slot marked. They do not show how this account performs at each hour: we keep one aggregate per account, not one per hour, so that measurement does not exist in our data.

Engagement by hour posted, UTCTwenty-four bars, one per UTC hour. Each bar shows how posts published in that hour compare with their own authors' median engagement. Bars above the centre line ran higher than the median, bars below ran lower. A marker flags Busiest hour: 01:00 UTC.
0003060912151821
Above the authors' own mediansBelowScale: plus or minus 6%Busiest hour: 01:00 UTC
Show engagement by hour posted, utc as a table
Engagement by hour posted, UTC
Hour (UTC)Vs author medianPosts
00:00 UTC-1%52K
01:00 UTC-2%53K
02:00 UTC-3%51K
03:00 UTC-4%55K
04:00 UTC-6%44K
05:00 UTC-4%43K
06:00 UTC-4%50K
07:00 UTC-5%54K
08:00 UTC-4%62K
09:00 UTC-3%72K
10:00 UTC-2%74K
11:00 UTC-3%81K
12:00 UTC-2%89K
13:00 UTC-2%98K
14:00 UTC-4%101K
15:00 UTC-2%104K
16:00 UTC-3%102K
17:00 UTC-3%94K
18:00 UTC-1%88K
19:00 UTC-2%83K
20:00 UTC-1%77K
21:00 UTC-1%68K
22:00 UTC-2%59K
23:00 UTC-2%53K
Engagement by day of weekSeven bars, one per weekday, Sunday first. Each bar shows how posts published on that day compare with their own authors' median engagement. Bars above the centre line ran higher than the median, bars below ran lower. A marker flags Busiest day: Wednesday.
SunMonTueWedThuFriSat
Above the authors' own mediansBelowScale: plus or minus 5%Busiest day: Wednesday
Show engagement by day of week as a table
Engagement by day of week
DayVs author medianPosts
Sunday+5%237K
Monday0%300K
Tuesday-3%299K
Wednesday-1%256K
Thursday-1%249K
Friday-3%258K
Saturday+3%232K
See what moves engagement across the whole catalogWhat counts as a good engagement rate at this size

Best tweets

  • Aug 24, 202641x their median

    วุ่นวายไปหมด Yield พุ่ง ⬆ แต่ดอลลาร์อ่อน ⬇ ทองวิ่ง ⬆ มันเกิดอะไรขึ้นกับตลาดรอบนี้ !? ภาพในอดีตในเรามักจำกันว่าเมื่อ Bond Yield สูงขึ้น ↑ → ดอลลาร์จะแข็ง ↑ → ทองคำปรับตัวลง ↓ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในรอบนี้ คือ Bond Yield สูงขึ้น ↑ → ดอลลาร์อ่อนค่า ↓ → ทองคำปรับตัวขึ้นตาม ↑ เพราะตลาดกำลังกังวลกับประเด็น Dollar Debasement หรือสกุลเงินดอลลาร์ด้อยค่า เนื่องจากปัญหาด้านการคลังและหนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ที่ทะลุ 40 ล้านล้านดอลลาร์ พูดง่าย ๆ ว่า Yield ขึ้น เพราะความเสี่ยงของพันธบัตรสหรัฐฯ มีมากขึ้น ไม่ใช่เพราะดอลลาร์น่าสนใจเลยกดให้ดอลลาร์อ่อนไปด้วย ประกอบกับการที่นักลงทุนหา Safe Haven ใหม่ ซึ่งทองคำสามารถตอบโจทย์ได้ดี กระทรวงการคลังสหรัฐฯ แก้ปัญหาเรื่องนี้ด้วยการขยายวงเงินรับซื้อคืนพันธบัตรเพื่อเสริมสภาพคล่องตลาด - เพิ่มวงเงินซื้อคืน 2 เท่า ปรับเพิ่มจากไม่เกิน $2,000 ล้าน เป็นอย่างน้อย $4,000 ล้าน/รอบ - เน้นพันธบัตรระยะยาว พุ่งเป้าอายุ 10–20 ปี และ 20–30 ปี เพื่อช่วยกลุ่มที่ขาดแคลนผู้ซื้อ - กรอบเวลาดำเนินงานมีผลตั้งแต่วันที่ 9 ก.ย. ถึง 4 พ.ย. - กลไกอัดฉีดสภาพคล่อง คลังเข้าเป็นผู้ซื้อพันธบัตรรุ่นเก่าคืนเพื่อแก้ปัญหาความตึงตัวในระบบ แต่กลับช่วยพยุงตลาดเพียงระยะสั้น และสร้างสัญญาณว่ารัฐบาลรับรู้ปัญหาแล้วเท่านั้น เพราะ Bond Yield ยังคงเด้งขึ้นอีกครั้ง จากปัญหาการคลังที่ยังไม่ได้ถูกแก้ไข โดยเฉพาะเรื่อง Fiscal deficit ที่กระทบต่อความเชื่อมั่นมูลค่าดอลลาร์ ทั้งนี้ แนวโน้มระยะยาวยังขึ้นกับ 4 ตัวแปร ได้แก่ 1. BUYBACK UPTAKE ซื้อได้เต็มวงเงินหรือไม่ 2. TERM PREMIUM นักลงทุนยังเรียกผลตอบแทนเพิ่มไหม 3. AUCTION ประมูลพันธบัตรใหม่แข็งแรงไหม 4. FOREIGN DEMAND ต่างชาติยังซื้อ Treasury หรือไม่ ดังนั้น Yield จะลงยั่งยืน เราต้องเห็น Term Premium และ Real Yield ลดลง .. มุมมองทองคำ ล่าสุด Fund Flow ยังไหลเข้า ETF กลุ่ม Precious Metals สะท้อนแรงซื้อจากนักลงทุนรายย่อยในโลหะมีค่าและทองคำเริ่มกลับมาอีกครั้ง ประกอบกับรัฐบาลจีนยังคงสะสมทองคำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นฐานซื้อใหญ่ของตลาดทอง และมีเป้าหมายการซื้อเพื่อกระจายทุนสำรองออกจากดอลลาร์และพันธบัตรรัฐบาล ทั้งหมดจึงยังเป็นปัจจัยหนุนให้แนวโน้มราคาทองคำมีโอกาสวิ่งขึ้นต่อ คำแนะนำของ Finnomena Funds ในภาพรวมยังมองว่าแรงซื้อจากฝั่งธนาคารกลางทั่วโลกยังดำเนินต่อเนื่องซึ่งเป็น Structural Demand ของทองคำ โดยเฉพาะจีนที่มีการสะสมทองคำเพิ่มขึ้นในช่วงที่ราคาทองคำลดลง รวมถึงการเริ่มเห็นสัญญาณกลับมาของนักลงทุนรายย่อยซึ่งสะท้อนผ่าน ETF flow ในกลุ่ม Precious Metals ที่พลิกกลับมาเป็น Inflow ในเดือนก.ค. จึงยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อกองทุนทองคำอย่าง K-GOLD-A(A) และกองทุนหุ้นเหมืองทอง A-RING แต่สำหรับผู้ที่ซื้อกองทุนหุ้นเหมืองทอง A-RING และหุ้นเหมืองเงิน A-SLVP ตามคำแนะนำของ FundTalk Call หรือ Mr.Messenger Call ในช่วงก่อนหน้านี้ แนะนำ Hold โดยให้ถือต่อเพื่อ Let Profit Run! เพราะช่วงที่ผ่านมาได้ปรับตัวขึ้นมาเยอะแล้วกว่า 40% นับจากจุดต่ำสุด .. มุมมองต่อตลาดหุ้น Finnomena Funds แนะนำ Buy ตลาดหุ้น ด้วยเหตุผลหลักในด้านพื้นฐานเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ การที่ดอลลาร์อ่อนบนปัจจัยดังกล่าว ถือว่ายังเป็นปัจจัยหนุนอีกด้านในภาพรวมต่อสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ใน S&P 500 พร้อมกับต้องจับตาการประกาศงบของ Nvidia ในคืนวันพุธนี้ ท่ามกลางควาดคาดหวังของตลาดเรื่องการลงทุน AI Infrastructure แนะนำ 3 กองทุนสัปดาห์นี้ ได้แก่ 🚀 K-GTECH ลงทุนในหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลกที่เติบโตตามเมกะเทรนด์ และแนวโน้มกำไรแข็งแก่ง 👉 https://t.co/LvQE0QqvX2 🇺🇸 M-USEQH ลงทุนหุ้น Big Cap ทั่วอเมริกา เพื่อโอกาสสร้างผลตอบแทนเหนือกว่าดัชนี S&P 500 👉 https://t.co/8F4cVDIl7E 🎟 A-ASEMI ลงทุนหุ้น Semiconductor ต้นน้ำในเอเชีย ทั้งเกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น และจีน 👉 https://t.co/wCQmWPr6eY .. คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT

    12084007.9K viewsView on X
  • Aug 14, 202620x their median

    โพยภาษีปี 2026 มาแล้ว ซื้อได้เลย ไม่ต้องรอให้ถึงสิ้นปี ! ทั้ง RMF และ Thai ESG อ่านต่อที่ https://t.co/RfZR974zW3 https://t.co/dCoPBApwel

    6042004.8K viewsView on X
  • Aug 23, 20269.4x their median

    จีน 🇨🇳 เตรียมยกเลิกภาษีนำเข้าสินค้าสวิตเซอร์แลนด์ 🇨🇭 กว่า 99.8% ของทั้งหมด ครอบคุลม⌚ นาฬิกา 💊 ยา 🧪 เคมีภัณฑ์ ⚙️ เครื่องจักรและสินค้าอุตสาหกรรม จีนและสวิตเซอร์แลนด์บรรลุข้อตกลงปรับปรุง Free Trade Agreement โดยเปิดทางให้สินค้าส่งออกของสวิตเซอร์แลนด์ 99.8% ของมูลค่าการส่งออกปัจจุบัน สามารถเข้าสู่ตลาดจีนแบบปลอดภาษี หลังการเจรจาสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา และคาดว่าจะลงนามอย่างเป็นทางการภายในสิ้นปี 2026 หลังผ่านขั้นตอนตรวจสอบทางกฎหมายและการอนุมัติภายในประเทศ ทั้งนี้ FTA เดิมซึ่งมีผลตั้งแต่ปี 2014 อนุญาติให้สินค้าจีนส่งออกไปขายยังสวิตเซอร์แลนด์ได้เกือบทั้งหมดโดยไม่เสียภาษี แต่สินค้าสวิสที่เข้าสู่จีนแบบปลอดภาษีมีเพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น ดังนั้น การปรับปรุงครั้งนี้จึงเป็นการลดความไม่สมดุลและเพิ่มโอกาสให้ผู้ส่งออกสวิสเข้าถึงตลาดจีนมากขึ้น สินค้าที่คาดว่าจะได้รับประโยชน์ ได้แก่ เคมีภัณฑ์และเภสัชภัณฑ์ เครื่องมือความแม่นยำ และนาฬิกา ซึ่งเป็นสินค้าส่งออกสำคัญของสวิตเซอร์แลนด์ไปจีน การเปิดตลาดครั้งนี้ยังสะท้อนยุทธศาสตร์ของจีนในการขยายความสัมพันธ์ทางการค้ากับประเทศต่าง ๆ ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้ากับสหรัฐฯ โดยจีน–สวิตเซอร์แลนด์มีมูลค่าการค้าระหว่างกันประมาณ 46,000 ล้านฟรังก์สวิสในปี 2026

    27190114K viewsView on X
  • Aug 20, 20265.6x their median

    จำกันใหม่ ! คนไทยไม่ได้เสียภาษีเงินได้แค่ 4 ล้านคน แต่ล่าสุดเพิ่มเป็น 5.14 ล้านคนแล้ว แต่ผู้ยื่นภาษี 1% ที่มีรายได้สูงสุด ยังคงแบกภาระภาษีกว่าครึ่งนึงของทั้งหมดที่จัดเก็บได้ ข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจ และกรรมาธิการงบประมาณ ได้เปิดเผยสถิติการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ประจำปีภาษี 2567 (ภ.ง.ด. 90 และ ภ.ง.ด. 91) พบว่า มีจำนวนผู้ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาทั้งหมด 12.57 ล้านคน และมีผู้ที่ต้องชำระภาษีจริงเพียง 5.14 ล้านคน ผู้ยื่นแบบส่วนใหญ่จำนวน 7.43 ล้านคน (59.1%) ไม่ต้องเสียภาษี เนื่องจากมีรายได้สุทธิอยู่ในเกณฑ์ที่ได้รับการยกเว้น (น้อยกว่า 150,000 บาท) โดยภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาที่จัดเก็บได้รวมทั้งสิ้น 278,177 ล้านบาท ส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในกลุ่มผู้มีรายได้สูงเพียง 1% เป็นผู้รับภาระภาษีถึง 50.1% ของภาษีที่จัดเก็บได้ทั้งหมด สถิติการยื่นภาษีคนไทย ◼ เงินได้สุทธิ < 150,000 บาท อัตราภาษี 0% จำนวนผู้ยื่นแบบ 7.43 ล้านราย ◼ เงินได้สุทธิ 150,001-300,000 บาท อัตราภาษี 5% จำนวนผู้ยื่นแบบ 2.51 ล้านราย ◼ เงินได้สุทธิ 300,001-500,000 บาท อัตราภาษี 10% จำนวนผู้ยื่นแบบ 1.31 ล้านราย ◼ เงินได้สุทธิ 500,001-750,000 บาท อัตราภาษี 15% จำนวนผู้ยื่นแบบ 6.4 แสนราย ◼ เงินได้สุทธิ 500,001-750,000 บาท อัตราภาษี 20% จำนวนผู้ยื่นแบบ 2.5 แสนราย ◼ เงินได้สุทธิ 1,000,001-2,000,000 อัตราภาษี 25% จำนวนผู้ยื่นแบบ 3 แสนราย ◼ เงินได้สุทธิ 2,000,001-5,000,000 บาท อัตราภาษี 30% จำนวนผู้ยื่นแบบ 1.1 แสนราย ◼ เงินได้สุทธิ > 5,000,001 บาท อัตราภาษี 35% จำนวนผู้ยื่นแบบ 3 หมื่นราย

    1015123.6K viewsView on X
  • Aug 19, 20264.4x their median

    คืนนี้หุ้นเหมืองทองคำ และเหมืองโลหะเงิน ปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรง ! รับปัจจัยบวกจากขาขึ้นของราคาทองคำที่ปรับเพิ้มขึ้น หลังจากกระทรวงการคลังสหรัฐฯ (US Treasury) ประกาศแผนที่จะเพิ่มการรับซื้อคืนพันธบัตร (Buybacks) เพิ่มขึ้นเท่าตัว จากเดิมครั้งละ $2,000 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย $4,000 ล้านดอลลาร์ เพื่อเสริมสภาพคล่องในตลาดพันธบัตรรัฐบาล และช่วยบริหารจัดการภาระหนี้ระยะยาวของรัฐบาลให้มีเสถียรภาพมากขึ้น ผลที่เกิดขึ้น คือ ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ อายุ 30 ปี ลดลงจากระดับสูงสุดในรอบหลายทศวรรษที่ 5.3% ลงมาเหลือราว ๆ 5.19% ดัชนีเงินดอลลาร์ (DXY) ปรับตัวลดลงประมาณ 0.6%–0.7% ราคาทองคำตลาดโลก (Spot Gold) พุ่งขึ้นกว่า 3% มาแตะระดับกว่า $4,480 ต่อออนซ์ รับข่าวสภาพคล่องดังกล่าวทันที ... กองทุนแนะนำ 🟡 A-RING กองทุนหุ้นเหมืองทำคำชั้นนำ ลงทุนได้ที่ -> https://t.co/i1ZeGeLHCv ⚪ A-SLVP กองทุนหุ้นเหมืองโลหะเงินจากทั้วโลก ลงทุนได้ที่ -> https://t.co/Z8LA2i92vN คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT

    193003.1K viewsView on X
  • Aug 19, 20264.0x their median

    🚀 จัดพอร์ตหุ้น AI ถือกองทุน A-ASEMI + LHSUPERAI คู่กัน 50:50 กระจายพอร์ตครอบคลุมทั้ง AI Supply Chain และได้ทั่วทั้งโลก แม้ทั้ง 2 กองทุนจะลงทุนในธีม Semiconductor และ AI เหมือนกัน แต่มีโครงสร้างพอร์ตที่แตกต่างกัน ทำให้เมื่อนำมาถือคู่กัน สามารถลงทุนครอบคลุมตั้งแต่ชิป GPU, Memory, Data Center, Compute, Power และ Cooling 🔴 A-ASEMI ลงทุนในหุ้นชิปต้นน้ำฝั่งเอเชีย เน้นเกาหลีใต้ ไต้หวัน ญี่ปุ่น และจีน ได้ประโยชน์จากการเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ลงทุนคลิก -> https://t.co/wCQmWPr6eY 🟢 LHSUPERAI ลงทุนหุ้น AI ครบทั้งห่วงโซ่และทั่วทั้งโลก สามารถสร้างโอกาสเติบโตไปกับวัฏจักรการเติบโตของ AI Infrastructure ทั้งระบบ ด้วยโครงสร้างการลงทุนที่กว้างกว่า ลงทุนคลิก -> https://t.co/laoz26lcDK ผลลัพธ์ คือ พอร์ตที่ได้ Exposure ต่อ AI Ecosystem ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และกระจายการลงทุนไปหลายประเทศทั่วโลก .. คำเตือน: ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน | ผลการดำเนินงานในอดีต และผลการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ในตลาดทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลการดำเนินงานในอนาคต | ผู้ลงทุนอาจมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการป้องกันความเสี่ยงขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้จัดการกองทุน | กองทุนรวมนี้ลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรม จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก ผู้ลงทุนจึงควรพิจารณาการกระจายความเสี่ยงของ พอร์ตการลงทุนโดยรวมของตนเองด้วย | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน ฟินโนมีนา จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00-17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 026 5100 และทาง LINE @FINNOMENAPORT | สำหรับผู้ลงทุนในความดูแลของ Kept by krungsri ติดต่อทีม Kept help center ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 296 6299

    128002.8K viewsView on X
  • Aug 25, 20262.8x their median

    ถ้าคนสิงคโปร์มีลูก 🇸🇬 จะได้เงินอุดหนุนถึง 1.8 ล้านบาท 💰 เงินขวัญถุง 250,000 บาท 💵 รับอีกปีละ 52,000 บาท ถึง 6 ขวบ ⏳ สมทบเงินออมสูงสุด 250,000 บาท 💊 บัญชีสุขภาพ 129,000 บาท 📝 บัญชีการศึกษา 64,500 บาท 🎓 อายุ 17 ปี รับเงินเรียนต่อ 250,000 บาท .. สิงค์โปรกำลังเผชิญกับวิกฤตโครงสร้างประชากรภาวะ Super-Aged Society เช่นเดียวกับหลายประเทศทั่วโลก โดยมีอัตรา Fertility Rate ลดลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 0.87 รัฐบาลสิงคโปร์ตัดสินใจแก้เกมด้วยการออกนโยบาย SG Child Support Package ใหม่ ซึ่งจะเริ่มทยอยใช้ตั้งแต่ปี 2027 ผ่านการอัดฉีดแพ็กเกจสวัสดิการรวมมูลค่าเกือบ 70,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ (ราว 1.8 ล้านบาท) ต่อเด็กหนึ่งคน เงินก้อนนี้ ไม่ได้เป็นเงินสดทั้งหมด แต่จะประกอบไปด้วยเงินสดและเงินในบัญชีที่มีวัตถุประสงค์เฉพาะ ดังนี้ 1. เงินขวัญถุงแรกเกิด Baby Gift ใหม่ S$10,000 หรือประมาณ 258,000 บาท จ่าย 2 งวดภายใน 12 เดือนหลังเด็กเกิด สำหรับเด็ก Singapore Citizen ที่เกิดตั้งแต่ 1 เมษายน 2027 เป็นต้นไป 2. เงินสนับสนุนปีละ S$2,000 Child Credits S$2,000 หรือประมาณ 52,000 บาทต่อปี ตั้งแต่อายุ 1–16 ปี รวม 16 ปี = S$32,000 หรือประมาณ 826,000 บาท 3. รัฐช่วยเติมเงินเข้าบัญชีเงินออม CDA CDA First Step Grant S$5,000 รัฐสมทบเงินที่พ่อแม่ฝากสูงสุดอีก S$5,000 รวมสูงสุด S$10,000 หรือประมาณ 258,000 บาท 4. เงินเพื่อสุขภาพ MediSave Grant for Newborns S$5,000 หรือประมาณ 129,000 บาท เงินก้อนนี้เข้า MediSave ของเด็กโดยตรง ไม่ใช่เงินสดที่สามารถนำไปใช้ได้อย่างอิสระ 5. เงินเพื่อการศึกษา รัฐบาลเติมเงินเข้า Edusave ประมาณ • ประถมศึกษา S$230/ปี ≈ 5,900 บาท • มัธยมศึกษา S$290/ปี ≈ 7,500 บาท รวมตลอด 6 ปีประถม + 4 ปีมัธยมประมาณ S$2,500 หรือ 64,500 บาท 6. อายุ 17 ปี รับเงินเพื่อการศึกษาต่อ รัฐบาลเติมเงินเข้า Post-Secondary Education Account หรือ PSEA อีก S$10,000 ≈ 258,000 บาท นอกจากนี้แล้ว การสนับสนุนไม่ได้มีแค่เรื่องเงิน แต่จะครอบคลุมสวัสดิการอื่น ๆ เช่น 7. แม่มีสิทธิลาคลอด 16 สัปดาห์ 8. สิทธิ Childcare Leave เพิ่มขึ้น กำหนดสิทธิสำหรับพ่อหรือแม่ที่ทำงานเป็น • มีลูก 1 คน → 8 วัน/ปี • มีลูก 2 คน → 10 วัน/ปี • มีลูก 3 คนขึ้นไป → 12 วัน/ปี ถ้าทั้งพ่อและแม่ทำงาน ก็เท่ากับสูงสุด 16 / 20 / 24 วันต่อปี ตามจำนวนลูก 9. เพิ่มโอกาสได้บ้าน HDB ตั้งแต่รอบขายเดือนกุมภาพันธ์ 2027 ครอบครัว first-timer ที่มีหรือกำลังจะมีลูก จะได้รับโอกาสจับสลากเพิ่ม 1 ครั้งต่อเด็ก Singapore Citizen อายุไม่เกิน 18 ปี พูดง่าย ๆ คือ ยิ่งมีลูก ยิ่งมีโอกาสจับสลากเพิ่ม 10. มีโครงการช่วยค่าเช่าระหว่างรอบ้าน ครอบครัวที่กำลังรอบ้าน HDB สามารถใช้สิทธิ Parenthood Provisional Housing Scheme (PPHS) ซึ่งมีค่าเช่าต่ำกว่าตลาด จุดสำคัญคือ เงิน 1.8 ล้านบาทนี้ไม่ใช่เงินสดที่พ่อแม่รับเข้าบัญชีแล้วนำไปใช้ได้ทั้งหมด แต่เป็นการที่รัฐช่วยแบ่งเบาภาระครอบครัวผ่านทั้ง เงินสด + เงินออม + สุขภาพ + การศึกษา + childcare + สิทธิการลา + ที่อยู่อาศัย นี่จึงสะท้อนแนวคิดของสิงคโปร์ที่ไม่ได้มองแค่ “แจกเงินให้คนมีลูก”แต่พยายามสร้างระบบที่ทำให้ต้นทุนการมีลูกตลอด 18 ปีลดลง

    77003.0K viewsView on X
  • Aug 26, 20262.4x their median

    จับตา Hedge Funds เดิมพันดอลลาร์จะพัง 🇺🇸 Short USD แล้ว Long "🇹🇭 บาทไทย 🇰🇷 วอนเกาหลี" สำนักข่าว Bloomberg รายงานว่า Hedge Funds กำลังเดิมพันว่าเงินดอลลาร์มีแนวโน้มอ่อนค่าลงอีกในระหว่างที่กำลังรอรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับแผนนโยบายฉบับใหม่ของ Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพื่อแก้ปัญหาต้นทุนการกู้ยืมของสหรัฐฯ ที่สูงสุดในรอบหลายปี เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่อง หลังกระทรวงการคลังตัดสินใจเพิ่มขนาดการซื้อคืนพันธบัตรระยะยาว 2 เท่า เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2026 ที่ผ่านมา ทำให้ดอลลาร์ร่วงลงรุนแรงที่สุดในรอบเกือบ 3 สัปดาห์ และจุดชนวนแรงเทขายเป็นวงกว้างในตลาดการเงิน โดยเฉพาะในกลุ่ม Hedge Funds แนวทางเชิงรุกของ Scott Bessent ที่สกัดการปรับตัวขึ้นของ Bond Yield ทำให้นักลงทุนบางส่วนมองว่าท้ายที่สุดแล้วดอลลาร์จะได้รับผลกระทบ และอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นต่อเงินดอลลาร์ในระยะยาว ตลาดกังวลว่าสหรัฐฯ กำลังทำในสิ่งที่เรียกว่า “Treasury twist” เพราะการซื้อคืนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐระยะยาวจำนวนมาก จะทำให้กระทรวงการคลังต้องออกตราสารหนี้ระยะสั้นเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งเป็นการบิดโครงสร้างการกู้เงินของรัฐบาลจากระยะยาวไปสู่ระยะสั้น นับตั้งแต่มีการประกาศซื้อคืนพันธบัตรของสหรัฐฯ มีความต้องการป้องกันความเสี่ยงจากดอลลาร์อ่อนค่าในวงกว้างมากขึ้นทั่วตลาด FX options ในขณะเดียวกัน ความต้องการกระจุกตัวอยู่ใน Option อายุสั้น โดยเฉพาะสุกลเงินวอนเกาหลีใต้ เงินบาทไทย และดอลลาร์สิงคโปร์ เนื่องจากคู่สกุลดังกล่าวเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ระดับต่ำสุดในรอบหลายปี .. ข่าวดังกล่าว สะท้อนว่าตลาดกำลังกลัวว่าสหรัฐฯ กำลังแทรกแซงราคาพันธบัตร คือสิ่งที่ทำให้เรื่องนี้มีผลต่อ Dollar มากกว่าการเปลี่ยนแปลง Yield ธรรมดา นักลงทุนบางส่วนมองว่า Treasury ไม่ได้กำลังแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ แต่กำลังพยายามจัดการราคา Bond เพราะปัญหาที่ทำให้ Long-term Yield สูงขึ้นไม่ได้มีแค่เรื่องสภาพคล่อง แต่รวมถึง - หนี้รัฐบาลสหรัฐฯ สูง - Fiscal deficit สูง - Supply ของ Treasury จำนวนมาก - ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ - นักลงทุนต้องการ Premium สูงขึ้นเพื่อถือพันธบัตรระยะยาว ดังนั้นถ้า Treasury เข้ามาซื้อ Bond เพื่อกด Yield ตลาดอาจตีความว่า รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่อยากให้ตลาดสะท้อนต้นทุนทางการเงินที่แท้จริง และนี่เป็นสิ่งที่กระทบความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์สหรัฐฯ ในระยะยาว ล่าสุดมีนักลงทุนอย่าง Stanley Druckenmiller ออกมาวิพากษ์วิจารณ์แนวทางนี้ โดยมองว่าการซื้อคืนไม่ได้แก้ปัญหาหลักคือภาระหนี้และขาดดุลของสหรัฐฯ ส่วนฝั่ง Hedge Funds ไม่จำเป็นต้องเดิมพันตรง ๆ ว่า Dollar จะพัง แต่สามารถทำ Dollar downside trade เช่น ซื้อ Option ที่จะได้กำไรหาก Dollar อ่อนค่าเมื่อเทียบกับ KRW THB SGD เพราะตลาดกำลังมองว่า ช่วงเวลาข้างหน้าอาจมีความผันผวนสูงจากนโยบาย Treasury แล้วทำไม KRW / THB / SGD ถึงถูกเลือก ? ถ้าคิดง่าย ๆ ว่า Short USD / Long THB หมายความว่า Hedge Fund กำลังเดิมพันว่า USD/THB ↓ หรือ บาทแข็งเมื่อเทียบกับดอลลาร์ เหตุผลคือสกุลเงินเหล่านี้อยู่ใกล้ระดับที่แข็งค่าที่สุดในรอบหลายปีแล้ว ดังนั้น หากเกิด Dollar weakness รอบใหม่ สกุลเงินที่มี Momentum อยู่แล้วอาจขยับต่อได้เร็ว ... ที่มา: https://t.co/fmYBUqYXNC

    101012.4K viewsView on X
  • Aug 18, 20262.4x their median

    “บอนด์ยีลด์” ทั่วโลก ทุบสถิติ ตลาดกำลังส่งสัญญาณอะไร ? - The Investo 18/08/69 https://t.co/aQKVphLLEh

    93003.0K viewsView on X
  • Aug 19, 20262.2x their median

    คะแนนนิยม 'ทรัมป์' 🇺🇸 ดิ่งแตะ 33% ต่ำสุดนับตั้งแต่ดำรงตำแหน่ง! - คะแนนนิยมของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ดำรงตำแหน่ง จากผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดของ Reuters/Ipsos ที่สำรวจความเห็นชาวอเมริกันทั่วประเทศ โดยพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 33% เท่านั้นที่พึงพอใจกับการทำงานของทรัมป์ในทำเนียบขาว ขณะที่เสียงส่วนใหญ่ถึง 64% แสดงความไม่เห็นด้วย ซึ่งตัวเลขดังกล่าวปรับตัวลดลงจากระดับ 35% ในผลสำรวจเมื่อต้นเดือน และเป็นระดับที่ต่ำเทียบเท่ากับจุดต่ำสุดในวาระการดำรงตำแหน่งสมัยแรกของเขาเมื่อเดือนธันวาคม 2017 - สาเหตุหลักที่ส่งผลกระทบต่อความนิยมของทรัมป์อย่างหนักในปีนี้ มาจากการตัดสินใจสั่งการโจมตีทางทหารต่อประเทศอิหร่านร่วมกับอิสราเอล ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการค้าส่งออกน้ำมันดิบในสัดส่วน 1 ใน 5 ของโลก และดันให้ราคาน้ำมันเบนซินพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ซึ่งกลายเป็นภาระค่าครองชีพหนักหน่วงที่กดดันครัวเรือนชาวอเมริกัน แม้ทรัมป์จะเคยหาเสียงด้วยสัญญาว่าจะควบคุมอัตราเงินเฟ้อและหลีกเลี่ยงสงครามที่ยืดเยื้อก็ตาม - ขณะที่ทรัมป์เคยให้คำมั่นไว้ในช่วงเริ่มต้นว่าความขัดแย้งกับอิหร่านจะใช้เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ แต่อิหร่านยังคงตอบโต้อย่างเหนียวแน่นและยังคงปิดกั้นเส้นทางการขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ผลสำรวจชี้ว่า ชาวอเมริกันถึง 80% (แบ่งเป็นพรรคเดโมแครต 87% และพรรครีพับลิกัน 71%) เชื่อว่าการเข้าไปมีส่วนร่วมของสหรัฐฯ ในอิหร่านจะยืดเยื้อออกไปอีกเป็นระยะเวลานาน ขณะที่มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 16% เท่านั้นที่เชื่อว่าความขัดแย้งจะจบลงในเวลาอันสั้น - ทางด้านทรัมป์ได้กล่าวต่อผู้สนับสนุนในนิวยอร์กเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยพยายามชี้แจงว่าการจ่ายค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยนั้น ถือเป็นราคาที่คุ้มค่ากับการยับยั้งไม่ให้ประเทศที่อันตรายครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจพบว่ามีชาวอเมริกันเพียง 1 ใน 5 เท่านั้น และมีผู้สนับสนุนพรรครีพับลิกันเพียงครึ่งเดียว ที่เห็นว่าสงครามครั้งนี้มีความคุ้มค่ากับสิ่งที่ต้องแลกไป - สถานการณ์ดังกล่าวกำลังสร้างความกังวลอย่างหนักให้กับพรรครีพับลิกันในการปกป้องเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาสำหรับการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายนนี้ นอกจากนี้ ผลสำรวจยังสะท้อนให้เห็นว่า ผู้คลั่งไคล้การเมืองและผู้ลงคะแนนเริ่มไว้วางใจพรรคเดโมแครตในการบริหารเศรษฐกิจและการจัดการค่าครองชีพมากกว่าพรรครีพับลิกันเป็นครั้งแรกในรอบเกือบสิบปี โดยมีสัดส่วนอยู่ที่ 38% ต่อ 35% - นอกจากประเด็นเรื่องเศรษฐกิจและสงครามแล้ว ช่องว่างความนิยมด้านนโยบายคนเข้าเมืองของพรรครีพับลิกัน ซึ่งเคยเป็นจุดแข็งหลักมาโดยตลอด ก็เริ่มแคบลงเช่นกัน โดยผลสำรวจล่าสุดพบว่ามีผู้ลงคะแนน 40% ที่มองว่ารีพับลิกันมีนโยบายคนเข้าเมืองที่ดีกว่า ขณะที่เดโมแครตตามมาติดๆ ที่ 38% ซึ่งเป็นส่วนต่างเพียง 2 percentage point ที่น้อยที่สุดในวาระนี้ ลดลงอย่างมากจากที่เคยนำห่างถึง 26 percentage point ในช่วงต้นปี 2025

    64012.7K viewsView on X

Ranked by total interactions across everything we have tracked for this account, which is a longer history than the 30-day window the rates above use. The multiple compares each post to this account's own median.

Buy or sell X accounts - escrow-protected

PlayerSells is an escrow marketplace for X accounts. Every deal is protected, with no middleman risk.

Reading these numbers

A typical post picks up 5 interactions against 91K followers, an engagement rate of 0.005%. Measured over 41 original posts, its engagement rate beats 12% of 3,882 tracked accounts of a similar size. That is a reason to look at how the audience behaves - reply depth, saves, whether the followers are recent - rather than a conclusion about it on its own. Posts are seen about 2.7K times each, and 0.188% of those impressions turn into an interaction. That is about 2.91% of the follower count, which is the gap between an audience on paper and an audience in a timeline. Posting runs at about 1.4 post a day over the last 30 days, though only 33% of days saw any activity at all. Most posts go out around 01:00 UTC, and Wednesday is the busiest day of the week. Of the 41 posts sampled, 51% carry an image or video and 73% link out. The account's strongest tracked post pulled 204 interactions, about 41x its own typical post.

What is finnomena's engagement rate on X?
finnomena (@finnomena) has an engagement rate of 0.005%, based on the median interactions across 41 original posts from the last 30 days against 91,387 followers. Replies, reposts and quote-posts of other people are excluded from that sample.
Is that a good engagement rate?
At 0.005%, finnomena sits above the 10th percentile of the 37,582 accounts in this comparison. Those comparison accounts are all large ones, because our scanning cadence is weighted towards big accounts, so this is a ranking among peers of similar scale rather than a ranking across X.
Does @finnomena have real engagement?
Its engagement rate beats 12% of the tracked X accounts closest to it in follower count (3,882 accounts), which puts it in the bottom quarter for its size group. Ranking inside a size band matters because engagement rate falls as accounts grow, so a raw rate would mostly re-measure the follower count. It is a starting point for a look at follower quality, not a verdict on it.
When does @finnomena post?
Most posts go out around 01:00 UTC, and Wednesday is its busiest day, at roughly 1.37 posts per day across the measured window.

Keep going